
สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย
Thai SME Council

รายงานวิเคราะห์เชิงนโยบายการศึกษาเปรียบเทียบโครงสร้างองค์กรตัวแทน SME ระหว่างประเทศไทย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับการจัดตั้งสภาเอสเอ็มอีที่มีกฎหมายรองรับ
การจัดตั้ง "สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม" (สภาเอสเอ็มอี) โดยมีพระราชบัญญัติรองรับเฉพาะนั้น มีความเป็นไปได้และอาจเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ
การมีองค์กรตัวแทน SME ที่มีสถานะทางกฎหมายที่ชัดเจน จะช่วยสร้างเอกภาพในการสะท้อนปัญหาและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เหมือนกับที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการให้กับภาคอุตสาหกรรมและภาคการค้าโดยรวม
โมเดลที่ประสบความสำเร็จในต่างประเทศ เช่น KBIZ ของเกาหลีใต้ Chuokai ของญี่ปุ่น และ Handwerkskammer ของเยอรมนี ล้วนมีกฎหมายเฉพาะรองรับ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กรเหล่านี้สามารถดำเนินภารกิจในการส่งเสริมและปกป้องผลประโยชน์ของ SME ได้อย่างเต็มศักยภาพ
3 ภูมิภาค
ประเทศที่ศึกษา
เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ยุโรป
10+ ฉบับ
กฎหมายที่วิเคราะห์
กฎหมายแม่บทและเฉพาะทาง
6 ด้าน
ข้อเสนอโครงสร้าง
สำหรับ พ.ร.บ. สภาเอสเอ็มอี
วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ถือเป็นรากฐานที่สำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 99% ของจำนวนวิสาหกิจทั้งหมด และมีส่วนสำคัญในการจ้างงานและสร้าง GDP ของประเทศ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการ SME ยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายมิติ ทั้งในด้านการเข้าถึงแหล่งทุน เทคโนโลยี และการตลาด
ในปัจจุบัน ประเทศไทยมีองค์กรตัวแทนภาคเอกชนที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติเฉพาะ ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมและสภาหอการค้า แต่ยังไม่มีองค์กรใดที่เป็นตัวแทนของผู้ประกอบการ SME ทุกกลุ่มอย่างครอบคลุมและมีสถานะทางกฎหมายเทียบเท่ากัน รายงานฉบับนี้จึงศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย หรือ สภาเอสเอ็มอี เพื่อเป็นตัวแทนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างแท้จริง
สภาอุตสาหกรรมฯ และสภาหอการค้าฯ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนขององค์กรตัวแทนภาคเอกชนที่มีกฎหมายรองรับ
| ประเด็นเปรียบเทียบ | พ.ร.บ. สภาอุตสาหกรรมฯ พ.ศ. 2530 | พ.ร.บ. หอการค้า พ.ศ. 2509 |
|---|---|---|
| สถานะ | นิติบุคคลจัดตั้งตาม พ.ร.บ. เฉพาะ | นิติบุคคลจัดตั้งตาม พ.ร.บ. เฉพาะ |
| วัตถุประสงค์หลัก | เป็นตัวแทนผู้ประกอบอุตสาหกรรม, ส่งเสริมและพัฒนาการประกอบอุตสาหกรรม | ส่งเสริมการค้า อุตสาหกรรม เกษตรกรรม การเงิน และเศรษฐกิจโดยทั่วไป |
| อำนาจหน้าที่สำคัญ | ประสานนโยบายกับรัฐ, ให้คำปรึกษาและเสนอแนะแก่รัฐบาล, ตรวจสอบสินค้า ออกใบรับรอง | ให้คำปรึกษาและเสนอแนะแก่รัฐบาล, ประสานงานการค้า, เป็นอนุญาโตตุลาการข้อพิพาททางการค้า |
| โครงสร้างสมาชิก | สมาชิกสามัญ (นิติบุคคลโรงงาน), สมาชิกสมทบ (บุคคลธรรมดา/นิติบุคคลอื่น) | สมาชิกสามัญ, สมาชิกวิสามัญ, สมาชิกสมทบ, สมาชิกกิตติมศักดิ์ |
| การกำกับดูแล | รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม | รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ |
หลายประเทศได้จัดตั้งองค์กรตัวแทน SME ที่มีกฎหมายรองรับอย่างชัดเจน

KBIZ (Korea Federation of SMEs)
Small and Medium Enterprise Cooperatives Act
KBIZ ก่อตั้งในปี 2505 เป็นองค์กรกลางที่เป็นตัวแทน SME ทั้งหมดของเกาหลีใต้ มีสถานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ทำหน้าที่ประสานนโยบายระหว่าง SME กับกระทรวง SME และ Startups (MSS) ซึ่งเป็นกระทรวงระดับคณะรัฐมนตรี
รูปแบบสมาชิกภาพ
สหกรณ์และสหพันธ์ SME — สมาชิก 3,000+ สหกรณ์
บทบาทสำคัญ
เป็นตัวแทน SME ทั้งหมด, เสนอนโยบาย, บริหารจัดการโครงการภาครัฐ
มีกฎหมายเฉพาะทางมากกว่า 20 ฉบับ

Chuokai (National Federation of Small Business Associations)
Law on Cooperatives of Small and Medium Enterprises
Chuokai ก่อตั้งในปี 2498 ทำหน้าที่เป็นสหพันธ์ระดับชาติของสมาคม SME ทั่วญี่ปุ่น โดยมี SME Agency ภายใต้กระทรวง METI เป็นหน่วยงานภาครัฐที่ดูแลนโยบาย มีระบบ Shindan ที่เป็นเอกลักษณ์ในการวินิจฉัยปัญหาธุรกิจ
รูปแบบสมาชิกภาพ
สมาคม/สหกรณ์ SME ระดับจังหวัดและระดับชาติ — 47 จังหวัด
บทบาทสำคัญ
ให้คำแนะนำ, เป็นตัวกลางระหว่าง SME กับภาครัฐ, ยื่นข้อเสนอต่อฝ่ายนิติบัญญัติ
ระบบ Shindan (การวินิจฉัยธุรกิจ) และ Yorozu Support Center

Handwerkskammer (Chamber of Crafts) / SMEunited
Trade and Crafts Code (Handwerksordnung)
Handwerkskammer เป็นสภาหัตถกรรมที่มีสถานะตามกฎหมายมหาชน ธุรกิจหัตถกรรมทุกรายต้องเป็นสมาชิกโดยบังคับ ในระดับ EU มี SMEunited เป็นองค์กรตัวแทน SME และ Network of SME Envoys คอยติดตามนโยบาย
รูปแบบสมาชิกภาพ
บังคับสำหรับธุรกิจหัตถกรรมทุกราย — 53 สภาทั่วเยอรมนี
บทบาทสำคัญ
กำกับดูแลมาตรฐานวิชาชีพ, จัดการฝึกอบรม, เป็นตัวแทนผลประโยชน์
หลักการ 'Think Small First' และ Network of SME Envoys
การมีกฎหมายเฉพาะรองรับ (Statutory Body) ช่วยให้องค์กรตัวแทน SME มีความมั่นคง มีอำนาจต่อรอง และสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ โดยเฉพาะรูปแบบของเกาหลีใต้และเยอรมนีที่แสดงให้เห็นถึงพลังของการมีองค์กรกลางเพียงองค์กรเดียวที่ได้รับการยอมรับตามกฎหมาย
เส้นทางพัฒนาการของกฎหมายและองค์กร SME ในแต่ละประเทศ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
กฎหมายแม่บทฉบับแรกของโลกที่กำหนดนิยาม SME และทิศทางนโยบายอย่างเป็นระบบ
จัดตั้งองค์กรตัวแทน SME ระดับชาติตาม SME Cooperatives Act
สหพันธ์ระดับชาติของสมาคม SME ทั่วญี่ปุ่น ตามกฎหมายสหกรณ์ SME
จัดตั้งสภาอุตสาหกรรมฯ เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายเฉพาะ — ต้นแบบสำหรับสภาเอสเอ็มอี
จัดตั้ง ISMED เป็นหน่วยงานพัฒนาและส่งเสริม SME ไทย งบประมาณจัดตั้ง 1,800 ล้านบาท
เปลี่ยนมุมมองจาก 'การสงเคราะห์' SME ไปสู่ 'การส่งเสริม' SME ในฐานะผู้สร้างนวัตกรรม
จัดตั้ง สสว. เป็นหน่วยงานกลางประสานนโยบาย SME ของไทย
กรอบนโยบาย 10 หลักการ รวมถึง 'Think Small First' สำหรับ 27 ประเทศสมาชิก
จัดตั้งในสถานะ 'สมาคม' ตามประมวลกฎหมายแพ่งฯ ยังไม่มี พ.ร.บ. รองรับ
ยกระดับจาก SMBA เป็นกระทรวงเต็มรูปแบบ มีอำนาจบริหารจัดการนโยบายและงบประมาณ
ข้อเสนอจากรายงานวิเคราะห์ฉบับนี้ เพื่อยกระดับสภาเอสเอ็มอีให้มีสถานะทางกฎหมายที่ชัดเจน
สรุปองค์ประกอบหลักในกรอบการพัฒนา SME ของแต่ละประเทศ
| องค์ประกอบ | 🇰🇷 เกาหลีใต้ | 🇯🇵 ญี่ปุ่น | 🇪🇺 EU / เยอรมนี | 🇹🇭 ไทย |
|---|---|---|---|---|
| หน่วยงานหลัก | กระทรวง SME และ Startups (MSS) | SME Agency ภายใต้ METI | DG GROW (EU) / BMWK (เยอรมนี) | สสว. (หน่วยงานประสานงาน) |
| กฎหมายแม่บท | Framework Act on SMEs | SME Basic Act (2506, แก้ไข 2542) | Small Business Act for Europe | พ.ร.บ. ส่งเสริม SME พ.ศ. 2543 |
| องค์กรตัวแทน SME | KBIZ — มีกฎหมายรองรับ | Chuokai — มีกฎหมายรองรับ | Handwerkskammer — กฎหมายมหาชน | สภาเอสเอ็มอี — สถานะสมาคม |
| สภา/คณะกรรมการ | SME Policy Council | SME Policy-Making Council | Network of SME Envoys | คณะกรรมการส่งเสริม SME |
| กฎหมายเฉพาะทาง | มากกว่า 20 ฉบับ | หลายฉบับ (สหกรณ์, ธุรกิจขนาดเล็ก) | Directives & Regulations | มีน้อย (ส่วนใหญ่เป็นกฎกระทรวง) |
| กลไกการเงิน | KOTEC, Regional Credit Guarantee | JFC, Credit Guarantee Corp. (51 แห่ง) | EIB (EU) / KfW (เยอรมนี) | บสย., SME D Bank |

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีองค์กรที่พยายามทำหน้าที่เป็นตัวแทน SME เช่น "สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี)" ซึ่งก่อตั้งในปี 2557 และ "สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย"
อย่างไรก็ตาม องค์กรเหล่านี้ยังมีสถานะเป็น "สมาคม" ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ยังไม่มีสถานะเป็น "สภา" ที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติโดยตรง ทำให้ขาดอำนาจทางกฎหมายในการเป็นตัวแทนอย่างสมบูรณ์
ร่างกฎหมายฉบับนี้มุ่งจัดตั้ง "สภาเอสเอ็มอี" ให้เป็นนิติบุคคลอิสระ เพื่อเป็นองค์กรกลางในการส่งเสริม ปกป้องผลประโยชน์ และพัฒนาขีดความสามารถของ SMEs ทั่วประเทศ
SMEs มีสัดส่วนต่อ GDP ถึง 35% และเป็นแหล่งจ้างงานกว่า 70% ของทั้งประเทศ แต่ยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างหลายประการ
SMEs ขาดหลักประกันและเครดิตที่เพียงพอในการเข้าถึงสินเชื่อจากสถาบันการเงิน
ผู้ประกอบการรายใหญ่กำหนดเงื่อนไขทางการค้าที่เอาเปรียบ SMEs เช่น Credit Term ที่ยาวนานเกินสมควร
SMEs ไม่มีองค์กรกลางที่มีอำนาจตามกฎหมายในการเป็นกระบอกเสียงและปกป้องผลประโยชน์
ให้ SMEs สามารถรวมตัวกันเป็นองค์กรที่มีพลังในการดูแลซึ่งกันและกัน ปกป้องผลประโยชน์ร่วมกัน และมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายของรัฐ
กำหนดมาตรการคุ้มครองการแข่งขันที่เป็นธรรม โดยห้ามผู้ประกอบการรายใหญ่กระทำการอันเป็นการเอาเปรียบ SMEs และกำหนดระยะเวลาชำระหนี้ไม่เกิน 45 วัน
จัดตั้งกองทุนเอสเอ็มอี เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนสำหรับ SME
กำหนดให้หน่วยงานรัฐทุกแห่งจัดสรรงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างจาก SMEs ไม่น้อยกว่า 30% ของงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด
เป็นกระบอกเสียงในการเสนอนโยบายต่อภาครัฐ
ปกป้องสมาชิกจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม (มีอำนาจฟ้องคดีแทนสมาชิก)
จัดตั้งและบริหารกองทุนพัฒนา SMEs เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนสนับสนุน
ผลักดันการจัดซื้อจัดจ้างจาก SMEs ไม่น้อยกว่า 30% ของงบประมาณภาครัฐ
พัฒนาขีดความสามารถของสมาชิกและส่งเสริม SMEs ยุคใหม่ (Digital, Green, Social, Startup)
| ลำดับ | วัตถุประสงค์ | สาระสำคัญ |
|---|---|---|
| ๑ | องค์กรกลางเพื่อส่งเสริมและพิทักษ์ผลประโยชน์ | เป็นศูนย์กลางในการรวมตัวของ SMEs เพื่อส่งเสริมและปกป้องผลประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นระบบ |
| ๒ | ตัวแทนในการเสนอนโยบาย | เป็นปากเสียงของ SMEs ในการเสนอความเห็นต่อภาครัฐเพื่อกำหนดนโยบายและแก้ไขปัญหา |
| ๓ | สร้างเครือข่ายความร่วมมือ | ส่งเสริมให้สมาชิกดูแลซึ่งกันและกันและสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง |
| ๔ | ปกป้องจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม | คุ้มครองสมาชิกจากพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรมของผู้ประกอบการรายใหญ่ |
| ๕ | พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน | ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของสมาชิก |
| ๖ | ดำเนินการอื่นตามกฎหมาย | ดำเนินการอื่นใดที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของ พ.ร.บ. |
| องค์ประกอบ | จำนวน | ที่มา |
|---|---|---|
| ประธานกรรมการ | ๑ คน | เลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่สมาชิก |
| กรรมการผู้แทนสมาชิก | ๒๐ คน | เลือกตั้งโดยตรงจากสมาชิก (ตามสัดส่วนประเภทและภูมิภาค) |
| กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ | ๕ คน | คัดเลือกจากผู้เชี่ยวชาญ (รวมผู้แทนสภาหอการค้าฯ และสภาอุตสาหกรรมฯ) |
วาระ: วาระ ๔ ปี ดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน ๒ วาระติดต่อกัน
ความเป็นอิสระ: โครงสร้างคณะกรรมการประกอบด้วยตัวแทนจากภาคเอกชนทั้งหมด ไม่มีตัวแทนภาครัฐโดยตำแหน่ง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นอิสระและตอบสนองต่อความต้องการของสมาชิกอย่างแท้จริง
กองทุนเอสเอ็มอี
กองทุนพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย
เป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนสำหรับให้กู้, ร่วมลงทุน (ผ่าน Fund of Funds), ค้ำประกันสินเชื่อ, และให้ทุนสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา
กำหนด Credit Term ไม่เกิน ๔๕ วัน และห้ามการกระทำที่ไม่เป็นธรรมทางการค้า พร้อมบทลงโทษที่ชัดเจน (ปรับ/จำคุก)
กำหนดให้หน่วยงานรัฐจัดซื้อจัดจ้างจาก SMEs ไม่น้อยกว่า 30% ของงบประมาณทั้งหมด
โครงสร้างคณะกรรมการที่ปราศจากตัวแทนภาครัฐโดยตำแหน่ง จะทำให้การตัดสินใจและการดำเนินงานของสภาฯ มีความเป็นอิสระและสะท้อนความต้องการของภาคเอกชนได้เต็มที่ อย่างไรก็ตาม สภาฯ จำเป็นต้องสร้างกลไกการประสานงานกับภาครัฐที่มีประสิทธิภาพเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย
กองทุนเอสเอ็มอีไม่ได้ระบุจำนวนเงินไว้อย่างตายตัว ทำให้สภาฯ ต้องมีบทบาทสำคัญในการติดตามและผลักดันให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณที่เพียงพอต่อการดำเนินภารกิจอย่างใกล้ชิด
การมีผู้แทนจากสภาหอการค้าฯ และสภาอุตสาหกรรมฯ ในคณะกรรมการ ถือเป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญในการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง SMEs และธุรกิจขนาดใหญ่ เพื่อส่งเสริมการเติบโตร่วมกันในระบบเศรษฐกิจ
การจัดตั้งสภาเอสเอ็มอีโดยมี พ.ร.บ. รองรับ มีความเป็นไปได้และสอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่ดีในต่างประเทศ
ยกระดับหน่วยงานกลาง พิจารณาจัดตั้ง 'กระทรวง SME' หรือ 'สภา SME แห่งชาติ' ที่มีอำนาจตามกฎหมาย เช่นเดียวกับเกาหลีใต้ที่ยกระดับจาก SMBA เป็นกระทรวง MSS ในปี 2560
ทบทวน พ.ร.บ. ส่งเสริม SME ให้เป็นกฎหมายแม่บท บัญญัติหลักการ 'Think Small First' ตามแบบ EU และออกกฎหมายเฉพาะทาง เช่น กฎหมายคุ้มครองเทคโนโลยี SME กฎหมายส่งเสริมความร่วมมือกับทุนใหญ่
พัฒนาระบบวินิจฉัยธุรกิจ (คล้าย Shindan ของญี่ปุ่น) และบูรณาการศูนย์บริการ SME ครบวงจรในทุกจังหวัด พร้อมสร้างเครือข่ายผู้ให้บริการทางธุรกิจจากภาคเอกชน
สรุป: ภาครัฐควรพิจารณานำร่าง พ.ร.บ. ที่ภาคเอกชนได้พยายามผลักดันมาอย่างยาวนาน มาศึกษาและพัฒนาร่วมกัน เพื่อออกแบบกฎหมายที่ตอบโจทย์บริบทของประเทศไทยได้อย่างแท้จริง โดยกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ให้ชัดเจน ไม่ทับซ้อนกับหน่วยงานเดิม และสร้างกลไกที่ส่งเสริมให้ SME ทุกกลุ่มสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างแท้จริง
หากมี พ.ร.บ. สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี) เพื่อเป็นตัวแทนผู้ประกอบการ SME ทุกกลุ่มอย่างเป็นทางการ
2,597
ผู้ตอบทั้งหมด
2,597
เห็นด้วย
0
ไม่เห็นด้วย
ช่วยเผยแพร่ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการจัดตั้ง พ.ร.บ. สภาเอสเอ็มอี