Thai SMEs Logo
Bangkok Skyline
Thai SMEs
รายงานวิเคราะห์เชิงนโยบาย

ความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง
พระราชบัญญัติสภาวิสาหกิจ
ขนาดกลางและขนาดย่อม

การศึกษาเปรียบเทียบโครงสร้างองค์กรตัวแทน SME ระหว่างประเทศไทย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับการจัดตั้งสภาเอสเอ็มอีที่มีกฎหมายรองรับ

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

การจัดตั้ง "สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม" (สภาเอสเอ็มอี) โดยมีพระราชบัญญัติรองรับเฉพาะนั้น มีความเป็นไปได้และอาจเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ

การมีองค์กรตัวแทน SME ที่มีสถานะทางกฎหมายที่ชัดเจน จะช่วยสร้างเอกภาพในการสะท้อนปัญหาและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เหมือนกับที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการให้กับภาคอุตสาหกรรมและภาคการค้าโดยรวม

โมเดลที่ประสบความสำเร็จในต่างประเทศ เช่น KBIZ ของเกาหลีใต้ Chuokai ของญี่ปุ่น และ Handwerkskammer ของเยอรมนี ล้วนมีกฎหมายเฉพาะรองรับ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้องค์กรเหล่านี้สามารถดำเนินภารกิจในการส่งเสริมและปกป้องผลประโยชน์ของ SME ได้อย่างเต็มศักยภาพ

3 ภูมิภาค

ประเทศที่ศึกษา

เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ยุโรป

10+ ฉบับ

กฎหมายที่วิเคราะห์

กฎหมายแม่บทและเฉพาะทาง

6 ด้าน

ข้อเสนอโครงสร้าง

สำหรับ พ.ร.บ. สภาเอสเอ็มอี

บทนำ

วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ถือเป็นรากฐานที่สำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 99% ของจำนวนวิสาหกิจทั้งหมด และมีส่วนสำคัญในการจ้างงานและสร้าง GDP ของประเทศ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการ SME ยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายมิติ ทั้งในด้านการเข้าถึงแหล่งทุน เทคโนโลยี และการตลาด

ในปัจจุบัน ประเทศไทยมีองค์กรตัวแทนภาคเอกชนที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติเฉพาะ ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมและสภาหอการค้า แต่ยังไม่มีองค์กรใดที่เป็นตัวแทนของผู้ประกอบการ SME ทุกกลุ่มอย่างครอบคลุมและมีสถานะทางกฎหมายเทียบเท่ากัน รายงานฉบับนี้จึงศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย หรือ สภาเอสเอ็มอี เพื่อเป็นตัวแทนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอย่างแท้จริง

วัตถุประสงค์ของรายงาน

  • วิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง พ.ร.บ. สภาเอสเอ็มอี
  • เปรียบเทียบกับ พ.ร.บ. สภาอุตสาหกรรมฯ และ พ.ร.บ. หอการค้าฯ
  • ถอดบทเรียนจากองค์กรตัวแทน SME ในต่างประเทศ (เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เยอรมนี)
  • นำเสนอโครงสร้างเบื้องต้นสำหรับ (ร่าง) พ.ร.บ. สภาเอสเอ็มอี

เปรียบเทียบกรอบกฎหมายองค์กรตัวแทนภาคเอกชนในไทย

สภาอุตสาหกรรมฯ และสภาหอการค้าฯ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนขององค์กรตัวแทนภาคเอกชนที่มีกฎหมายรองรับ

ประเด็นเปรียบเทียบ
พ.ร.บ. สภาอุตสาหกรรมฯ พ.ศ. 2530
พ.ร.บ. หอการค้า พ.ศ. 2509
สถานะนิติบุคคลจัดตั้งตาม พ.ร.บ. เฉพาะนิติบุคคลจัดตั้งตาม พ.ร.บ. เฉพาะ
วัตถุประสงค์หลักเป็นตัวแทนผู้ประกอบอุตสาหกรรม, ส่งเสริมและพัฒนาการประกอบอุตสาหกรรมส่งเสริมการค้า อุตสาหกรรม เกษตรกรรม การเงิน และเศรษฐกิจโดยทั่วไป
อำนาจหน้าที่สำคัญประสานนโยบายกับรัฐ, ให้คำปรึกษาและเสนอแนะแก่รัฐบาล, ตรวจสอบสินค้า ออกใบรับรองให้คำปรึกษาและเสนอแนะแก่รัฐบาล, ประสานงานการค้า, เป็นอนุญาโตตุลาการข้อพิพาททางการค้า
โครงสร้างสมาชิกสมาชิกสามัญ (นิติบุคคลโรงงาน), สมาชิกสมทบ (บุคคลธรรมดา/นิติบุคคลอื่น)สมาชิกสามัญ, สมาชิกวิสามัญ, สมาชิกสมทบ, สมาชิกกิตติมศักดิ์
การกำกับดูแลรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

กรณีศึกษาองค์กรตัวแทน SME ในต่างประเทศ

หลายประเทศได้จัดตั้งองค์กรตัวแทน SME ที่มีกฎหมายรองรับอย่างชัดเจน

เกาหลีใต้
🇰🇷

เกาหลีใต้

KBIZ (Korea Federation of SMEs)

Small and Medium Enterprise Cooperatives Act

KBIZ ก่อตั้งในปี 2505 เป็นองค์กรกลางที่เป็นตัวแทน SME ทั้งหมดของเกาหลีใต้ มีสถานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย ทำหน้าที่ประสานนโยบายระหว่าง SME กับกระทรวง SME และ Startups (MSS) ซึ่งเป็นกระทรวงระดับคณะรัฐมนตรี

รูปแบบสมาชิกภาพ

สหกรณ์และสหพันธ์ SME — สมาชิก 3,000+ สหกรณ์

บทบาทสำคัญ

เป็นตัวแทน SME ทั้งหมด, เสนอนโยบาย, บริหารจัดการโครงการภาครัฐ

มีกฎหมายเฉพาะทางมากกว่า 20 ฉบับ

  • Framework Act on Small and Medium Enterprises — กฎหมายแม่บทกำหนดทิศทางนโยบาย
  • Act on the Promotion of Collaborative Cooperation — ส่งเสริมความร่วมมือ Win-Win กับบริษัทใหญ่
  • Act on Support for Protection of Technologies of SMEs — คุ้มครองเทคโนโลยีและทรัพย์สินทางปัญญา
  • Support for SME Establishment Act — สนับสนุนการจัดตั้งธุรกิจใหม่
ญี่ปุ่น
🇯🇵

ญี่ปุ่น

Chuokai (National Federation of Small Business Associations)

Law on Cooperatives of Small and Medium Enterprises

Chuokai ก่อตั้งในปี 2498 ทำหน้าที่เป็นสหพันธ์ระดับชาติของสมาคม SME ทั่วญี่ปุ่น โดยมี SME Agency ภายใต้กระทรวง METI เป็นหน่วยงานภาครัฐที่ดูแลนโยบาย มีระบบ Shindan ที่เป็นเอกลักษณ์ในการวินิจฉัยปัญหาธุรกิจ

รูปแบบสมาชิกภาพ

สมาคม/สหกรณ์ SME ระดับจังหวัดและระดับชาติ — 47 จังหวัด

บทบาทสำคัญ

ให้คำแนะนำ, เป็นตัวกลางระหว่าง SME กับภาครัฐ, ยื่นข้อเสนอต่อฝ่ายนิติบัญญัติ

ระบบ Shindan (การวินิจฉัยธุรกิจ) และ Yorozu Support Center

  • Small and Medium-sized Enterprise Basic Act (2506, แก้ไข 2542) — กฎหมายแม่บท
  • Law on Cooperatives of SMEs — กฎหมายสหกรณ์ SME
  • Small Enterprise Promotion Act — ส่งเสริมธุรกิจขนาดเล็ก
  • SME Management Enhancement Act — เสริมสร้างศักยภาพการบริหาร
สหภาพยุโรป / เยอรมนี
🇪🇺

สหภาพยุโรป / เยอรมนี

Handwerkskammer (Chamber of Crafts) / SMEunited

Trade and Crafts Code (Handwerksordnung)

Handwerkskammer เป็นสภาหัตถกรรมที่มีสถานะตามกฎหมายมหาชน ธุรกิจหัตถกรรมทุกรายต้องเป็นสมาชิกโดยบังคับ ในระดับ EU มี SMEunited เป็นองค์กรตัวแทน SME และ Network of SME Envoys คอยติดตามนโยบาย

รูปแบบสมาชิกภาพ

บังคับสำหรับธุรกิจหัตถกรรมทุกราย — 53 สภาทั่วเยอรมนี

บทบาทสำคัญ

กำกับดูแลมาตรฐานวิชาชีพ, จัดการฝึกอบรม, เป็นตัวแทนผลประโยชน์

หลักการ 'Think Small First' และ Network of SME Envoys

  • Small Business Act for Europe (SBA) — กรอบนโยบาย 10 หลักการ
  • Late Payment Directive — คุ้มครอง SME จากการจ่ายเงินล่าช้า
  • Trade and Crafts Code — กฎหมายสภาหัตถกรรมของเยอรมนี
  • โมเดล Mittelstand — ระบบธนาคารเพื่อการพัฒนา KfW

บทเรียนสำคัญจากต่างประเทศ

การมีกฎหมายเฉพาะรองรับ (Statutory Body) ช่วยให้องค์กรตัวแทน SME มีความมั่นคง มีอำนาจต่อรอง และสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ โดยเฉพาะรูปแบบของเกาหลีใต้และเยอรมนีที่แสดงให้เห็นถึงพลังของการมีองค์กรกลางเพียงองค์กรเดียวที่ได้รับการยอมรับตามกฎหมาย

วิวัฒนาการกฎหมายและสถาบัน SME

เส้นทางพัฒนาการของกฎหมายและองค์กร SME ในแต่ละประเทศ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

🇯🇵ญี่ปุ่น

ประกาศใช้ Small and Medium-sized Enterprise Basic Act

กฎหมายแม่บทฉบับแรกของโลกที่กำหนดนิยาม SME และทิศทางนโยบายอย่างเป็นระบบ

2506
🇰🇷เกาหลีใต้

ก่อตั้ง Korea Federation of SMEs (KBIZ)

จัดตั้งองค์กรตัวแทน SME ระดับชาติตาม SME Cooperatives Act

2505
🇯🇵ญี่ปุ่น

ก่อตั้ง Chuokai (สหพันธ์สมาคม SME แห่งชาติ)

สหพันธ์ระดับชาติของสมาคม SME ทั่วญี่ปุ่น ตามกฎหมายสหกรณ์ SME

2498
🇹🇭ไทย

พ.ร.บ. สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

จัดตั้งสภาอุตสาหกรรมฯ เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายเฉพาะ — ต้นแบบสำหรับสภาเอสเอ็มอี

2530
🇹🇭ไทย

จัดตั้งสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED)

จัดตั้ง ISMED เป็นหน่วยงานพัฒนาและส่งเสริม SME ไทย งบประมาณจัดตั้ง 1,800 ล้านบาท

2542
🇯🇵ญี่ปุ่น

แก้ไข SME Basic Act ครั้งสำคัญ

เปลี่ยนมุมมองจาก 'การสงเคราะห์' SME ไปสู่ 'การส่งเสริม' SME ในฐานะผู้สร้างนวัตกรรม

2542
🇹🇭ไทย

พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

จัดตั้ง สสว. เป็นหน่วยงานกลางประสานนโยบาย SME ของไทย

2543
🇪🇺สหภาพยุโรป

ประกาศ Small Business Act for Europe (SBA)

กรอบนโยบาย 10 หลักการ รวมถึง 'Think Small First' สำหรับ 27 ประเทศสมาชิก

2551
🇹🇭ไทย

ก่อตั้งสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย

จัดตั้งในสถานะ 'สมาคม' ตามประมวลกฎหมายแพ่งฯ ยังไม่มี พ.ร.บ. รองรับ

2557
🇰🇷เกาหลีใต้

ยกระดับเป็นกระทรวง SME และ Startups (MSS)

ยกระดับจาก SMBA เป็นกระทรวงเต็มรูปแบบ มีอำนาจบริหารจัดการนโยบายและงบประมาณ

2560
🇹🇭ไทย

ข้อเสนอ: (ร่าง) พ.ร.บ. สภาเอสเอ็มอี

ข้อเสนอจากรายงานวิเคราะห์ฉบับนี้ เพื่อยกระดับสภาเอสเอ็มอีให้มีสถานะทางกฎหมายที่ชัดเจน

2569

เปรียบเทียบโครงสร้างการพัฒนา SME ระหว่างประเทศ

สรุปองค์ประกอบหลักในกรอบการพัฒนา SME ของแต่ละประเทศ

องค์ประกอบ🇰🇷 เกาหลีใต้🇯🇵 ญี่ปุ่น🇪🇺 EU / เยอรมนี🇹🇭 ไทย
หน่วยงานหลักกระทรวง SME และ Startups (MSS)SME Agency ภายใต้ METIDG GROW (EU) / BMWK (เยอรมนี)สสว. (หน่วยงานประสานงาน)
กฎหมายแม่บทFramework Act on SMEsSME Basic Act (2506, แก้ไข 2542)Small Business Act for Europeพ.ร.บ. ส่งเสริม SME พ.ศ. 2543
องค์กรตัวแทน SMEKBIZ — มีกฎหมายรองรับChuokai — มีกฎหมายรองรับHandwerkskammer — กฎหมายมหาชนสภาเอสเอ็มอี — สถานะสมาคม
สภา/คณะกรรมการSME Policy CouncilSME Policy-Making CouncilNetwork of SME Envoysคณะกรรมการส่งเสริม SME
กฎหมายเฉพาะทางมากกว่า 20 ฉบับหลายฉบับ (สหกรณ์, ธุรกิจขนาดเล็ก)Directives & Regulationsมีน้อย (ส่วนใหญ่เป็นกฎกระทรวง)
กลไกการเงินKOTEC, Regional Credit GuaranteeJFC, Credit Guarantee Corp. (51 แห่ง)EIB (EU) / KfW (เยอรมนี)บสย., SME D Bank
Thailand Future

สถานการณ์ปัจจุบันและข้อเสนอสำหรับประเทศไทย

สถานะปัจจุบัน

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีองค์กรที่พยายามทำหน้าที่เป็นตัวแทน SME เช่น "สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี)" ซึ่งก่อตั้งในปี 2557 และ "สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย"

อย่างไรก็ตาม องค์กรเหล่านี้ยังมีสถานะเป็น "สมาคม" ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ยังไม่มีสถานะเป็น "สภา" ที่จัดตั้งตามพระราชบัญญัติโดยตรง ทำให้ขาดอำนาจทางกฎหมายในการเป็นตัวแทนอย่างสมบูรณ์

ข้อจำกัดที่สำคัญ

  • ขาดอำนาจและกลไกทางกฎหมายในการเป็นตัวแทน SME อย่างสมบูรณ์
  • ไม่มีสถานะเทียบเท่าสภาอุตสาหกรรมฯ หรือสภาหอการค้าฯ
  • โครงสร้างการส่งเสริม SME ยังกระจัดกระจาย ขาดเอกภาพ (มากกว่า 20 หน่วยงาน)
  • กฎหมายเฉพาะทางสำหรับ SME มีน้อย ส่วนใหญ่เป็นกฎกระทรวง/ประกาศ
  • ขาดกลไกบังคับให้ภาครัฐต้องรับฟังเสียงของ SME ก่อนออกกฎระเบียบ
ร่างพระราชบัญญัติ

สาระสำคัญ ร่าง พ.ร.บ. สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย พ.ศ. ๒๕๖๙

ร่างกฎหมายฉบับนี้มุ่งจัดตั้ง "สภาเอสเอ็มอี" ให้เป็นนิติบุคคลอิสระ เพื่อเป็นองค์กรกลางในการส่งเสริม ปกป้องผลประโยชน์ และพัฒนาขีดความสามารถของ SMEs ทั่วประเทศ

สภาพปัญหาและที่มา

SMEs มีสัดส่วนต่อ GDP ถึง 35% และเป็นแหล่งจ้างงานกว่า 70% ของทั้งประเทศ แต่ยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างหลายประการ

1

การเข้าถึงแหล่งเงินทุน

SMEs ขาดหลักประกันและเครดิตที่เพียงพอในการเข้าถึงสินเชื่อจากสถาบันการเงิน

2

การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม

ผู้ประกอบการรายใหญ่กำหนดเงื่อนไขทางการค้าที่เอาเปรียบ SMEs เช่น Credit Term ที่ยาวนานเกินสมควร

3

การขาดองค์กรตัวแทน

SMEs ไม่มีองค์กรกลางที่มีอำนาจตามกฎหมายในการเป็นกระบอกเสียงและปกป้องผลประโยชน์

หลักการสำคัญ ๔ ประการ

การรวมตัวเป็นพลัง

ให้ SMEs สามารถรวมตัวกันเป็นองค์กรที่มีพลังในการดูแลซึ่งกันและกัน ปกป้องผลประโยชน์ร่วมกัน และมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายของรัฐ

การคุ้มครองการแข่งขัน

กำหนดมาตรการคุ้มครองการแข่งขันที่เป็นธรรม โดยห้ามผู้ประกอบการรายใหญ่กระทำการอันเป็นการเอาเปรียบ SMEs และกำหนดระยะเวลาชำระหนี้ไม่เกิน 45 วัน

การสนับสนุนทางการเงิน

จัดตั้งกองทุนเอสเอ็มอี เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนสำหรับ SME

การเข้าถึงตลาดภาครัฐ

กำหนดให้หน่วยงานรัฐทุกแห่งจัดสรรงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างจาก SMEs ไม่น้อยกว่า 30% ของงบประมาณจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด

ภารกิจ ๕ ด้าน

การเป็นตัวแทน

เป็นกระบอกเสียงในการเสนอนโยบายต่อภาครัฐ

การพิทักษ์ผลประโยชน์

ปกป้องสมาชิกจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม (มีอำนาจฟ้องคดีแทนสมาชิก)

การบริหารกองทุน

จัดตั้งและบริหารกองทุนพัฒนา SMEs เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนสนับสนุน

การส่งเสริมตลาดภาครัฐ

ผลักดันการจัดซื้อจัดจ้างจาก SMEs ไม่น้อยกว่า 30% ของงบประมาณภาครัฐ

การส่งเสริมศักยภาพ

พัฒนาขีดความสามารถของสมาชิกและส่งเสริม SMEs ยุคใหม่ (Digital, Green, Social, Startup)

วัตถุประสงค์ของสภาเอสเอ็มอี (มาตรา ๑๑)

ลำดับวัตถุประสงค์สาระสำคัญ
องค์กรกลางเพื่อส่งเสริมและพิทักษ์ผลประโยชน์เป็นศูนย์กลางในการรวมตัวของ SMEs เพื่อส่งเสริมและปกป้องผลประโยชน์ร่วมกันอย่างเป็นระบบ
ตัวแทนในการเสนอนโยบายเป็นปากเสียงของ SMEs ในการเสนอความเห็นต่อภาครัฐเพื่อกำหนดนโยบายและแก้ไขปัญหา
สร้างเครือข่ายความร่วมมือส่งเสริมให้สมาชิกดูแลซึ่งกันและกันและสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง
ปกป้องจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมคุ้มครองสมาชิกจากพฤติกรรมการค้าที่ไม่เป็นธรรมของผู้ประกอบการรายใหญ่
พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของสมาชิก
ดำเนินการอื่นตามกฎหมายดำเนินการอื่นใดที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของ พ.ร.บ.

โครงสร้างคณะกรรมการสภาฯ

องค์ประกอบจำนวนที่มา
ประธานกรรมการ๑ คนเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่สมาชิก
กรรมการผู้แทนสมาชิก๒๐ คนเลือกตั้งโดยตรงจากสมาชิก (ตามสัดส่วนประเภทและภูมิภาค)
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ๕ คนคัดเลือกจากผู้เชี่ยวชาญ (รวมผู้แทนสภาหอการค้าฯ และสภาอุตสาหกรรมฯ)

วาระ: วาระ ๔ ปี ดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน ๒ วาระติดต่อกัน

ความเป็นอิสระ: โครงสร้างคณะกรรมการประกอบด้วยตัวแทนจากภาคเอกชนทั้งหมด ไม่มีตัวแทนภาครัฐโดยตำแหน่ง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นอิสระและตอบสนองต่อความต้องการของสมาชิกอย่างแท้จริง

กองทุนเอสเอ็มอี

กองทุนเอสเอ็มอี

กองทุนพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย

ขอบเขตการใช้จ่ายกองทุน (8 ประเภท)

1การให้เงินสนับสนุน เงินกู้ หรือเงินลงทุนแก่ SMEs
2การลงทุนในกองทุนร่วมทุนเอกชน (Venture Capital) ผ่านกลไก Fund of Funds
3การสนับสนุนเงินทุนให้แก่สถาบันค้ำประกันสินเชื่อ
4การให้ทุนวิจัยและพัฒนา, เทคโนโลยี, และนวัตกรรม
5การพัฒนาบุคลากร, ฝึกอบรม, และให้คำปรึกษา
6การส่งเสริมการตลาดและการขยายธุรกิจ
7การถ่ายทอดเทคโนโลยีจากสถาบันอุดมศึกษาและสถาบันวิจัยสู่ภาคธุรกิจ
8การพัฒนาระบบฐานข้อมูลและสารสนเทศ

กลไกขับเคลื่อนหลัก

1

กองทุนพัฒนา SMEs

เป็นแหล่งเงินทุนหมุนเวียนสำหรับให้กู้, ร่วมลงทุน (ผ่าน Fund of Funds), ค้ำประกันสินเชื่อ, และให้ทุนสนับสนุนการวิจัยและพัฒนา

2

มาตรการคุ้มครองการแข่งขัน

กำหนด Credit Term ไม่เกิน ๔๕ วัน และห้ามการกระทำที่ไม่เป็นธรรมทางการค้า พร้อมบทลงโทษที่ชัดเจน (ปรับ/จำคุก)

3

การเข้าถึงตลาดภาครัฐ

กำหนดให้หน่วยงานรัฐจัดซื้อจัดจ้างจาก SMEs ไม่น้อยกว่า 30% ของงบประมาณทั้งหมด

ประเด็นสำคัญสำหรับผู้บริหาร

1

ความเป็นอิสระของสภาฯ

โครงสร้างคณะกรรมการที่ปราศจากตัวแทนภาครัฐโดยตำแหน่ง จะทำให้การตัดสินใจและการดำเนินงานของสภาฯ มีความเป็นอิสระและสะท้อนความต้องการของภาคเอกชนได้เต็มที่ อย่างไรก็ตาม สภาฯ จำเป็นต้องสร้างกลไกการประสานงานกับภาครัฐที่มีประสิทธิภาพเพื่อขับเคลื่อนนโยบาย

2

งบประมาณกองทุนพัฒนา SMEs

กองทุนเอสเอ็มอีไม่ได้ระบุจำนวนเงินไว้อย่างตายตัว ทำให้สภาฯ ต้องมีบทบาทสำคัญในการติดตามและผลักดันให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณที่เพียงพอต่อการดำเนินภารกิจอย่างใกล้ชิด

3

ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์

การมีผู้แทนจากสภาหอการค้าฯ และสภาอุตสาหกรรมฯ ในคณะกรรมการ ถือเป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญในการสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง SMEs และธุรกิจขนาดใหญ่ เพื่อส่งเสริมการเติบโตร่วมกันในระบบเศรษฐกิจ

สรุปและข้อเสนอแนะ

การจัดตั้งสภาเอสเอ็มอีโดยมี พ.ร.บ. รองรับ มีความเป็นไปได้และสอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่ดีในต่างประเทศ

1. ปฏิรูปโครงสร้างเชิงสถาบัน

ยกระดับหน่วยงานกลาง พิจารณาจัดตั้ง 'กระทรวง SME' หรือ 'สภา SME แห่งชาติ' ที่มีอำนาจตามกฎหมาย เช่นเดียวกับเกาหลีใต้ที่ยกระดับจาก SMBA เป็นกระทรวง MSS ในปี 2560

2. ปฏิรูปกรอบกฎหมาย

ทบทวน พ.ร.บ. ส่งเสริม SME ให้เป็นกฎหมายแม่บท บัญญัติหลักการ 'Think Small First' ตามแบบ EU และออกกฎหมายเฉพาะทาง เช่น กฎหมายคุ้มครองเทคโนโลยี SME กฎหมายส่งเสริมความร่วมมือกับทุนใหญ่

3. ปฏิรูปกลไกการสนับสนุน

พัฒนาระบบวินิจฉัยธุรกิจ (คล้าย Shindan ของญี่ปุ่น) และบูรณาการศูนย์บริการ SME ครบวงจรในทุกจังหวัด พร้อมสร้างเครือข่ายผู้ให้บริการทางธุรกิจจากภาคเอกชน

สรุป: ภาครัฐควรพิจารณานำร่าง พ.ร.บ. ที่ภาคเอกชนได้พยายามผลักดันมาอย่างยาวนาน มาศึกษาและพัฒนาร่วมกัน เพื่อออกแบบกฎหมายที่ตอบโจทย์บริบทของประเทศไทยได้อย่างแท้จริง โดยกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ให้ชัดเจน ไม่ทับซ้อนกับหน่วยงานเดิม และสร้างกลไกที่ส่งเสริมให้ SME ทุกกลุ่มสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างแท้จริง

แบบสำรวจความคิดเห็น

ท่านเห็นด้วยหรือไม่?

หากมี พ.ร.บ. สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย (สภาเอสเอ็มอี) เพื่อเป็นตัวแทนผู้ประกอบการ SME ทุกกลุ่มอย่างเป็นทางการ

ผลสำรวจความคิดเห็น (อัปเดตอัตโนมัติ)

Live
100%
0%

2,597

ผู้ตอบทั้งหมด

2,597

เห็นด้วย

0

ไม่เห็นด้วย

แหล่งอ้างอิง

  1. [1]
    สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. (2530). พระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๓๐
  2. [2]
    Chamber of Commerce Act, B.E.2509 (พ.ร.บ. หอการค้า พ.ศ. 2509)
  3. [3]
    Korea Legislation Research Institute. Small and Medium Enterprise Cooperatives Act
  4. [4]
    National Federation of Small Business Associations (Chuokai). Introduction
  5. [5]
    GermanPedia. The Chamber of Crafts (Handwerkskammer)
  6. [6]
    EUR-Lex. A Small Business Act for European SMEs (2008)
  7. [7]
    สภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย. ความเป็นมา
  8. [8]
    Wikipedia. Ministry of SMEs and Startups (South Korea)
  9. [9]
    SME Agency, METI Japan. SME Basic Act
  10. [10]
    KBIZ (Korea Federation of SMEs). About KBIZ

แชร์รายงานนี้

ช่วยเผยแพร่ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการจัดตั้ง พ.ร.บ. สภาเอสเอ็มอี